VPN คืออะไร: คู่มือที่ดีที่สุด

เป็นเรื่องธรรมดาถ้าคุณจะกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวในโลกออนไลน์ เมื่อคุณได้ยินข่าวเกี่ยวกับการรั่วไหลของข้อมูลจากบริษัทใหญ่ยักษ์ เช่น Facebook, Target และอื่น ๆ

หนึ่งในขั้นตอนพื้นฐานในการปกป้องข้อมูลของคุณคือการดาวน์โหลด VPN หากคุณไม่ทราบว่า VPN คืออะไรคู่มือนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่จะช่วยให้คุณเข้าใจ VPN เบื้องต้น เริ่มต้นด้วย VPN คืออะไร ทําไมคุณจะต้องใช้ VPN รวมถึงข้อควรระวังเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยและค่าใช้จ่ายต่างๆ

มาเริ่มกันเลย

VPN คืออะไร?

VPN – เครือข่ายเสมือนส่วนบุคคล - เป็นบริการที่เพิ่มความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยในการใช้อินเตอร์เน็ต VPN จะทําให้ข้อมูลของคุณไม่สามารถเข้าถึงได้โดยแฮกเกอร์และบุคคลอื่นๆภายนอก

สามารถใช้ระหว่างองค์กรเพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูล หรือสามารถใช้สำหรับนักเดินทางที่ต้องการดู Netflix จากต่างประเทศ รวมถึง:

  • การปิดบัง IP address
  • การเข้าถึงเว็บไซต์ที่ถูกจำกัด
  • การใช้ Torrent
  • สตรีมมิ่ง Kodi, FireStick, Popcorn time
  • ป้องกันข้อมูลจาก Wi-Fi สาธารณะ

เริ่มด้วยคําจํากัดความของ VPN

อ้างอิงจาก MITคําจํากัดความของ VPN คือ:

"ชุดของเว็บไซต์ที่สามารถส่งสารผ่านอินเทอร์เน็ต แต่เนื่องด้วยการรักษาความปลอดภัย การทำงานของมันจึงมีขอบเขตเฉพาะ หรือภายในเครือข่าย frame relay เท่านั้น อีกทั้งยังรับรองรับแอปพลิเคชันต่างๆโดยที่ไม่ต้องมีการดัดแปลงใดๆ ซึ่งทำให้ง่ายต่อการจัดการสำหรับผู้ดูแลระบบและผู้ใช้"

นั่นหมายความว่าอะไร?

ไม่ใช่แค่คุณคนเดียวที่ไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร การอ่านคําจํากัดความของ VPN ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องเข้าใจความหมายของมัน

ดังนั้นเราจะมาเข้าทำความเข้าใจแบบทะลุปรุโปร่งไปพร้อมๆกัน มาดูกันว่า VPN คืออะไรและมันทํางานอย่างไร เราจะยกตัวอย่างที่ชัดเจนเพื่อแสดงให้เห็นว่านอกจากเรื่องเครือข่ายและโครงสร้างของมัน VPN มีผลและทำงานอย่างไรในชีวิตจริง

สิ่งที่สําคัญคือคุณจะต้องเข้าใจว่า VPN ทำอะไรให้คุณได้บ้าง

มาดูความหมายที่ง่ายขึ้นของ VPN กัน

ลองนึกภาพว่า VPN เป็นอุโมงค์เสมือนส่วนตัวที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ของคุณเข้ากับเซิร์ฟเวอร์ เราพอกันแค่นี้ก่อน

เซิร์ฟเวอร์มีความสำคัญมาก

เซิร์ฟเวอร์จะเก็บการเคลื่อนไหวทั้งหมดของคุณบนโลกออนไลน์และจะแปลเป็นรหัสลับ โดยกระบวนการนี้เรียกว่า การเข้ารหัส.

การเข้ารหัสจะทำให้ข้อมูลของคุณกลายเป็นภาษาที่รับรู้เฉพาะบุคคลที่คุณเชื่อถือเท่านั้น (หวังว่าคุณจะเชื่อใจผู้ให้บริการ VPN และในบางครั้งคุณอาจจะต้องจ่ายเงินค่าบริการให้พวกเขา)

อุโมงค์นี้จะไม่ได้เปิดให้ทุกคนเข้ามา มันเป็นอุโมงค์ระหว่างคุณและเซิร์ฟเวอร์ของคุณ ไม่ว่าจะแฮกเกอร์และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปในอุโมงค์นี้

อย่างไรก็ตาม การเชื่อมต่อ VPN อาจไม่แข็งแกร่งเท่ากับการเชื่อมต่อโดยตรงกับเครือข่าย การเชื่อมต่อ VPN ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ VPN และ ISP หากขาดอย่างใดอย่างนึงไป การเชื่อมต่อก็จะล้มเหลว

VPN ทําอะไรได้บ้าง?

ตอนนี้คุณคงเข้าใจแล้วว่า VPN สร้างขึ้นเพื่อความเป็นส่วนตัวบนอินเทอร์เน็ต แต่คุณอาจจะยังสงสัยว่า VPN ทำงานยังไง หลักการทำงานของมันขึ้นอยู่กับการใช้โดยบุคคล หรือการใช้โดยองค์กร

VPN สําหรับส่วนบุคคลเป็นแบบไหน: มันจะช่วยซ่อน IP address ของคุณ

IP (อินเทอร์เน็ตโพรโทคอล) โดยทั่วไปแล้วมันคือที่อยู่ของคอมพิวเตอร์ของคุณ

มันทํางานเช่นเดียวกับที่อยู่ของที่บ้าน โดย IP address จะอนุญาตให้อุปกรณ์เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตและมันจะระบุตําแหน่งของอุปกรณ์

VPN จะให้ IP address ที่แตกต่างจากที่อยู่จริง สิ่งนี้ป้องกันไม่ให้อาชญากรนักการตลาดและคนอื่น ๆ รู้ว่าคุณอยู่ที่ไหน VPN สามารถทําให้คุณดูเหมือนคุณอยู่ในสถานที่อื่นซึ่งมักจะเป็นประเทศอื่นที่คุณเลือก

VPN สําหรับองค์กรเป็นแบบไหน: เครือข่ายที่ปลอดภัย

แม้ว่าคนส่วนมากจะคิดว่า VPN มีไว้ใช้สำหรับส่วนบุคคล แต่จริงๆแล้ว VPN มีบทบาทสำคัญในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลในองค์กรขนาดใหญ่ ธุรกิจที่ดำเนินงานในหลายๆพื้นที่สามารถใช้ VPN เพื่อสร้างเครือข่ายของตนเองในการสื่อสารและสามารถแบ่งปันข้อมูลกันได้อย่างปลอดภัย

มันจะคล้ายกับการสร้าง ระบบเครือข่ายภายในองค์กร ที่ช่วยสร้างเครือข่ายส่วนตัวที่ปลอดภัยภายใต้การใช้อินเทอร์เน็ต บุคคลที่จะทำการจะเข้าถึงข้อมูลได้จะต้องมีรหัสเฉพาะในการเข้าเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าการที่แฮกเกอร์และบุคคลภายนอกที่พยายามดักจับข้อมูลในเครือข่ายจะมีความเป็นไปได้ค่อนข้างยาก

ทําไมการใช้ VPN จึงเป็นความคิดที่ดี

ตอนนี้คุณรู้แล้วว่า VPN ทํางานอย่างไร มันจะทำให้คุณอยู่ในตําแหน่งที่ตั้งอื่นที่ไม่ใช่ตำแหน่งจริง หรือทําให้องค์กรของคุณมีเครือข่ายเป็นของตัวเอง แล้วแบบนี้ VPN มีความหมายต่อชีวิตของคุณอย่างไรล่ะ

VPN หมายถึง ความเป็นส่วนตัว

ความเป็นส่วนตัวคือเบื้องหลังของ VPN โดย VPN จะซ่อนตําแหน่งของคุณเพื่อให้แฮกเกอร์ นักการตลาด เว็บไซต์ และผู้เข้าถึงอื่นๆไม่สามารถรู้ได้ว่าคุณกําลังทําอะไรอยู่ คุณมีเงินในบัญชีธนาคารเท่าไหร่ คุณกำลังซื้ออะไร คุณกำลังจะไปไหน หรือแม้กระทั่งคุณกำลังทำธุรกิจอะไรเป็นต้น

เมื่อเร็วๆนี้ ผู้ออกกฎหมายได้คืนสิทธิ์ให้ ISPs ในการรวบรวมและขายข้อมูลของผู้ใช้ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้ ซึ่งหมายความว่า บริษัทอินเทอร์เน็ตที่คุณใช้บริการอยู่ในตอนนี้สามารถขายและเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของคุณโดยที่ไม่ได้รับความยินยอมได้ ข้อมูลส่วนตัวเหล่านี้รวมถึง IP address การเข้าถึงเว็บไซต์ต่างๆ รวมถึงข้อมูลแบบฟอร์ม และอื่นๆอีกมากมาย

ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตของคุณสามารถรวบรวมข้อมูลและขายให้กับนักการตลาดหรือบุคคลที่สามได้

คนส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้บุคคลที่สามเห็นว่าพวกเขาใช้ธนาคารอะไรและบ่อยแค่ไหน หรือเห็นว่าพวกเขาทำอะไรบนอินเทอร์เน็ต แต่หากคุณไม่ได้ใช้บริการ VPN ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตก็จะสามารถรวบรวมข้อมูลของคุณและทำในสิ่งที่พวกเขาต้องการ

VPN หมายถึง ความปลอดภัย

เมื่อความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยทำงานร่วมกัน โดยส่วนมากชาวอเมริกันที่มีนิสัยหวงความเป็นส่วนตัวได้มีความเห็นว่าการขายข้อมูลส่วนตัวสู่ท้องตลาดเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม นอกเหนือจากนั้นยังเกี่ยวข้องกับภัยคุกคามด้านความปลอดภัยหากไม่ให้ความสําคัญกับความเป็นส่วนตัวของพวกเขาอย่างจริงจัง

การขโมยข้อมูลส่วนตัวออนไลน์เป็นหนึ่งในความเสี่ยงที่เกิดขึ้น สิ่งนี้สามารถทำให้แฮกเกอร์เข้าไปควบคุมการใช้ธนาคารออนไลน์หรือบัญชี Paypal ของคุณ และสามารถเปิดบัญชีใหม่ด้วยแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซขนาดใหญ่อย่าง Amazon และ eBay

VPN อาจเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมในการป้องกันไม่ให้อาชญากรขโมยและละเมิดสิทธิส่วนตัวของคุณ

VPN หมายถึง ตําแหน่งที่ต้องการ

ในบางครั้งนักธุรกิจชาวต่างชาติ ตัวแทนรัฐบาล นักข่าว และนักเดินทางอาจต้องการแสดงตัวว่าพวกเขาอยู่ประเทศอื่น

การเปลี่ยนตำแหน่งสามารถอนุญาตให้คุณเข้าถึงเว็บไซต์ที่ไม่สามารถใช้งานในพื้นที่ของคุณได้ เช่น การจำกัดการเข้าถึงอย่าง Netflix หรือ Hulu การเข้าถึงธุรกิจท้องถิ่น หรือแม้แต่การได้ราคาที่ถูกกว่าสำหรับตั๋วเครื่องบินและโรงแรม

มันเป็นความรู้สึกที่ค่อนข้างแปลกหากคุณสามาถหาข้อมูลของทุกสิ่งในโลกนี้เพียงแค่ปลายนิ้วของคุณ แต่ติดที่ว่าในบางครั้งคุณต้องเผชิญกับข้อจํากัดในเนื้อหาเพียงแค่เพราะสถานที่ที่คุณอยู่ การเซ็นเซอร์และการจำกัดการเข้าถึงดูเหมือนจะเรื่องฟุ่มเฟือยในโลกที่สามารถเชื่อมต่อกันมากขึ้น การใช้ VPN จะช่วยให้คุณใช้งานเหนือกว่าข้อจำกัดต่างๆเหล่านี้ไปได้

ตัวอย่างการทำงานของ VPN

เราได้พูดถึงกันไปแล้วว่าทำไมผู้คนถึงใช้ VPN นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สามารถทำให้คุณเข้าใจได้ดีขึ้นว่า VPN ทำงานอย่างไร หวังว่าตัวอย่างต่างๆเหล่านี้จะทำให้คุณเห็นภาพการทำงานของ VPN ได้ดียิ่งขึ้น

VPN มีผลอย่างไรต่อ Netflix และ Hulu

ต่างชาติ นักศึกษา หรือนักท่องเที่ยวที่อยู่ต่างถิ่น ในบางครั้งพวกเขาต้องการรับชมรายการโปรด แต่ทั้งนั้น Netflix และ Hulu ก็ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึง ข้อจำกัดนี้แสดงให้เห็นว่าพวกเขาสามารถรับชมได้หรือไม่ พวกเขาอยู่ที่ไหน และใช้ภาษาอะไร

Netflix สามารถใช้งานได้ มากกว่า 190 ประเทศ แต่มีรายการและภาพยนตร์ที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละภูมิภาค

สิ่งที่ VPN ทําสําหรับผู้ชม คือเปลี่ยนที่อยู่ IP ให้เป็นประเทศที่คุณเลือก เช่น สหรัฐอเมริกา ประเทศอังกฤษ หรือทุกที่ที่คุณต้องการ

Netflix สามารถถอดรหัส VPN ได้ ดังนั้นคุณต้องหา VPN ที่มีประสิทธิภาพในการเลี่ยงความสามารถในการดักจับ VPN ขั้นสูงของ Netflix ได้

VPN ทํางานอย่างไรสําหรับผู้ใช้ WiFi สาธารณะ

หากคุณอยู่ที่ร้านกาแฟ โรงแรม หรือพื้นที่สาธารณะอื่นๆ คุณมีความเสี่ยงมากหากคุณใช้ Wifi สาธารณะโดยไม่มี VPN หลายๆคนคิดว่า Wifi สาธารณะนั้นมีความเสี่ยงมากกว่า การใช้ห้องน้ําสาธารณะ แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังคงใช้มัน

Wifi สาธารณะมักจะฟรีและสะดวกสบาย แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงให้คุณสำหรับการถูกโจมตีทางไซเบอร์ ทุกคนสามารถทำได้โดยแค่เข้าไปใน Youtube และดูวิดีโอเกี่ยวกับวิธีการแฮ็ค Wifi hotspots

ผู้เชี่ยวชาญค้นพบแคมเปญการแฮ็คนึงที่ค่อนข้างซับซ้อน เรียกว่า "Darkhotel" แฮกเกอร์จะพุ่งเป้าไปที่ผู้บริหารธุรกิจและแขกในโรงแรมหรู ในขณะที่แขกกำลังใช้ Wifi ของโรงแรมอยู่นั้น พวกเขาอาจจะถูกขอให้อัปเดตซอฟต์แวร์ โปรแกรมอัปเดตเหล่านี้มักจะติดไวรัสและสามารถให้แฮกเกอร์เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวตามเป้าหมายของพวกเขาได้

จาก Harvard Business Review คุณไม่ควรเข้าสู่เว็บไซต์ทางการเงินหรืออีคอมเมิร์ซในขณะที่ใช้ Wifi สาธารณะ แต่ยิ่งไปกว่านั้นผู้ใช้ Wifi สาธารณะควรมี VPN เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัว

VPN ทํางานอย่างไรในพื้นที่ที่ถูกจำกัด

ประเทศจีนมีการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตที่เข้มงวดที่สุดในโลก เรียกว่า "Great Firewall" มันช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศจีนเข้าถึงเว็บไซต์เช่น Google, Facebook, Youtube หรือแพลตฟอร์มดังๆต่างๆ

ธุรกิจ นักท่องเที่ยว หรือแม้กระทั่งชาวจีนเองก็ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยง Great Firewall ได้หากไม่มีเครื่องมือช่วยอย่าง VPN โดย VPN ที่ถูกติดตั้งก่อนเข้าประเทศจะสามารถช่วยให้ผู้คนได้ปรากฏเหมือนอยู่นอกประเทศจีน เพื่อให้สามารถสื่อสารกับผู้อื่นได้อย่างปลอดภัยและเข้าถึงเนื้อหาที่จํากัดได้

เมื่อเร็วๆนี้ จีนได้ปราบปราม VPN โดยทำการค้นหา VPN ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สามารถใช้งานได้ในประเทศจีนและพื้นที่ต่างๆ โดยใช้เครื่องมือที่มีการดักจับเซ็นเซอร์ขั้นสูงจากประเทศในตะวันออกกลางอย่าง คิวบา และรัสเซีย

VPN ปลอดภัยแค่ไหน

ความปลอดภัยเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ VPN และคําจํากัดความของมันระบุว่า VPN เป็น "ชุดของเว็บไซต์ที่สื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตแบบเปิดที่มาพร้อมกับการรักษาความปลอดภัย...

ความปลอดภัย เป็นหนึ่งในความหมายที่อธิบายว่า VPN คืออะไร

อย่างไรก็ตาม ก็ยังเกิดคำถามที่ว่า VPN มีความปลอดภัยอย่างไรและเหตุผลของมันคืออะไร

ในปี 2014 Target และ Home Depot ได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากการจัดการ VPN ของพวกเขาผิดพลาดและข้อมูลของลูกค้านับล้านคนรั่วไหลออกไป

ดังนั้น VPN มีความปลอดภัยแค่ไหน คําตอบคือ: มันขึ้นอยู่กับการจัดการ

ความปลอดภัยของ VPN ขึ้นอยู่กับประเภทของเทคโนโลยีที่ใช้ ขึ้นอยู่กับโยบายจากผู้ให้บริการ และขึ้นอยู่กับการจัดการที่เหมาะสมของผู้ใช้

เพื่อที่จะตอบคำถามนี้ เราต้องเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับวิธีการทํางานของ VPN กันก่อน

VPN ทํางานอย่างไร

ผู้ใช้ส่วนใหญ่มักสงสัยว่า VPN ทํางานอย่างไร หลังจากที่พวกเขาเลือกผู้ให้บริการ VPN การติดตั้ง VPN (หลังจากการชําระเงิน) และกดปุ่ม Go เพื่อให้ VPN ทํางานได้ง่ายๆ

แต่สําหรับคนที่ยังกังวลเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความปลอดภัยของ VPN พวกเขามักสำรวจก่อนว่า VPN ทำงานอย่างไร มีโครงสร้าง และนโยบายการรักษาข้อมูลแบบไหน และสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้พวกเขาเลือก VPN ที่เหมาะสมกับการใช้งานได้มากที่สุด

VPN ทํางานกับ Protocols ที่แตกต่างกันออกไปอย่างไร?

การทําความเข้าใจวิธีการทํางานของ VPN เราจะเริ่มต้นด้วยการสํารวจโปรโตคอลก่อน

โปรโตคอลจะกําหนดวิธีการทํางานของ VPN รวมถึงระดับการรักษาความปลอดภัย ทั้งนี้ทั้งนั้นโปรโตคอลยังมีอีกหลายประเภท

โปรโตคอล 3 ชนิดยอดนิยม ได้แก่:

  • SSTP (Secure Socket Tunneling Protocol)
  • IKEv2 (Internet Key Exchange, Version 2)
  • OpenVPN

การทําความเข้าใจว่าอะไรคือ VPN โปรโตคอล มีความสำคัญและต้องใช้เวลาในการค้นคว้าเพิ่มเติม

VPN ทำงานอย่างไรกับข้อบังคับที่แตกต่างกันออกไป

มีหลายๆนโยบายสำหรับ VPN ที่ควรระมัดระวังในการเลือกใช้งาน หากความสําคัญสูงสุดของคุณคือความเป็นส่วนตัว คุณจะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่า VPN นั้นๆมีนโยบายไม่บันทึกข้อมูลการใช้งานของผู้ใช้

นโยบายการไม่บันทึกข้อมูล หมายความว่าข้อมูลส่วนตัวของคุณจะไม่ถูกเก็บรวบรวม บันทึก หรือแชร์กับบุคคลอื่น นโยบายการไม่บันทึกข้อมูลการใช้งานคือความหมายที่แท้จริงของ VPN นั่นคือข้อมูลส่วนตัวจะยังถูกเก็บเป็นให้เป็นเรื่องส่วนตัว

VPN ส่วนใหญ่มีนโยบายไม่บันทึกข้อมูล แต่ในความเป็นจริงผู้ให้บริการ VPN เหล่านั้นก็บันทึกข้อมูลในบางรูปแบบ

To better understand what is VPN no-log policy, compare different providers and their policies.

VPN ทำงานอย่างไรหลังจากดาวน์โหลด: การใช้ VPN อย่างเหมาะสม

คุณจะต้องเลือก VPN ด้วยความระมัดระวัง อ่านและศึกษาเกี่ยวกับนโยบายและข้อกำหนดอย่างถี่ถ้วน ทั้งนี้ทั้งนั้นการใช้งานต่างๆและค่าใช้จ่ายสำหรับการใช้บริการขึ้นอยู่กับคุณเอง

ในโลก IT ผู้เชี่ยวชาญได้เปรียบเทียบอินเทอร์เน็ตที่ไม่มีการป้องกันเหมือนกับการมีเซ็กส์ที่ไม่ได้ป้องกัน เพราะคุณรู้ว่ามันเสี่ยง แต่ก็ยังทำ

เพื่อให้สิ่งต่างๆชัดเจนขึ้น ลองเปรียบเทียบ VPN เป็นถุงยางอนามัย ถุงยางอนามัยช่วยลดการตั้งครรภ์และ STDs ที่ไม่พึงประสงค์ใช่ไหม? นั่นแหละถูกต้อง

แต่มันต้องถูกใช้งานอย่างเหมาะสม

แม้ว่า VPN ส่วนใหญ่จะมีการติดตั้งที่ง่าย แต่ก็ยังมีหลายขั้นตอนที่ต้องจัดการให้เหมาะสม เพราะหากติดตั้งอย่างไม่เหมาะสม มันก็เหมือนกับว่าคุณไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่จะช่วยรักษาข้อมูลส่วนตัวของคุณ

หนึ่งในวิธีที่ปลอดภัยที่สุดในการป้องกันการรั่วของไหลข้อมูล คือการตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณจัดการการเข้าถึงและตรวจสอบมันอย่างรอบคอบหรือไม่ มิฉะนั้นคุณอาจจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่ช่วยป้องกันข้อมูลของคุณ

เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลของคุณไม่มีการรั่วไหล คุณสามารถทดสอบการรั่วไหลต่างๆได้เช่นกัน

อุปกรณ์ใดบ้างที่รองรับ VPN

ส่วนใหญ่แล้วขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ แต่โดยทั่วไปคุณสามารถใช้ได้สําหรับ:

  • อุปกรณ์เดสก์ท็อป – Windows, Mac, Linux
  • อุปกรณ์มือถือ - iPhone, Android
  • เบราว์เซอร์ - Chrome extension
  • อุปกรณ์สำหรับเล่นเกม
  • สมาร์ททีวี

ค่าใช้จ่าย

อย่างที่ได้กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ไม่ใช่ว่า VPN ทุกตัวจะเหมือนกันทั้งหมด พวกเขามีโปรโตคอล ความเร็ว และนโยบายที่แตกต่างกันออกไป บางอันฟรีและบางอันก็มีค่าใช้จ่าย คุณสามารถพิจารณาในการเลือกใช้ว่าอันไหนตรงกับวัตถุประสงค์ของการใช้งาน และ VPN ตัวไหนที่เหมาะกับความต้องการของคุณมากที่สุด

ราคาก็เป็นอีกสิ่งที่มีให้เลือกมากมาย ทั้งการจ่ายแบบรายเดือน รายปี หรือทุกๆปี

หากคุณต้องการใช้ VPN ธรรมดาๆเพื่อใช้ในเวลาที่คุณไปร้านกาแฟและอยากจะเช็คเมลของตัวเอง มันก็มีตัวเลือกฟรีให้ได้ใช้อย่างมากมายเช่นกัน

หากคุณต้องการสตรีม Netflix หรือหลีกเลี่ยง Firewall ของจีน คุณอาจจะต้องมี VPN ขั้นสูงขึ้นมาหน่อย มีตั้งแต่ราคา 3.99 ดอลล่าร์ / เดือน ถึง 12.99 ดอลล่าร์ / เดือน

การพิจารณา คู่มือการเปรียบเทียบ จากออนไลน์ จะช่วยให้คุณสามารถเลือกใช้ VPN ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณและราคาก็ไม่แพงอีกด้วย

ตอนนี้คุณรู้แล้วใช่ไหมว่า VPN คืออะไร

ถึงตอนนี้คุณควรเข้าใจแล้วว่า VPN คืออะไร ทําอะไร และทํางานอย่างไร

มีเหตุผลหลายๆอย่างสำหรับการใช้ VPN แต่วัตถุประสงค์หลักคือการปกป้องความเป็นส่วนตัวของคุณ

การปกป้องความเป็นส่วนตัวและตําแหน่งที่อยู่ของคุณ สามารถช่วยให้คุณใช้อินเทอร์เน็ตได้อย่างอิสระมากขึ้น

คุณสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกจํากัดหรือการสตรีมต่างๆในตําแหน่งที่ตั้งของคุณ คุณสามารถเข้าสู่ระบบข้อมูลทางการเงินของคุณโดยไม่ต้องหวาดระแรวง และคุณสามารถมั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนตัวของคุณจะไม่ถูกขายให้กับการตลาดต่างๆ

ไม่ว่าเป้าหมายในการใช้งานของคุณคืออะไร แต่ VPN คือขั้นตอนแรกที่จะช่วยในการปกป้องกิจกรรมบนอินเทอร์เน็ตของคุณในช่วงนั้นๆ

บริการ VPN ที่ดีที่สุด

ในทางเทคนิค VPN ที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดคือ NordVPN และ ExpressVPN

อ่านรีวิวและลองเปรียบเทียบระหว่าง NordVPN และ ExpressVPN

ไม่เพียงแค่นั้น VPN ตัวเดียวอาจไม่สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งหมด แม้ว่า NordVPN จะเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุด แต่ก็ยังมี VPN ตัวอื่นๆที่สามารถตั้งค่าความเป็นส่วนตัวได้ตามความต้องการของคุณ

คุณสามารถดูตารางเปรียบเทียบในหน้าแรกของเรา หรือใช้ทางลัดและเลือกดูจากข้อมูลข้างล่างนี้

หน้านี้มีประโยชน์หรือไม่
ใช่ไม่ใช่

Leave a Comment